เทคนิคเก้าเก

บทความ

เกม 9 เก เกมไพ่ในบ้านเราที่เป็นที่มีผู้ให้ความสนใจ เเละนิยมเล่นมากไม่เเพ้เกมไพ่อื่น ๆ นั่นก็คือ ไพ่เก้าเก ซึ่งไพ่ชนิดนี้เป็นไพ่ที่เล่นง่ายไม่มีรายละเอียดอะไรซับซ้อน โดยจะมี เทคนิคเก้าเก ที่เล่นระหว่างผู้เล่นด้วยกัน ไม่มีเจ้ามือ เล่นกันตั้งเเต่ 2 ถึง 6 คน เเละใช่ไพ่ 1 สำรับในการเล่น ซึ่งสามารถ สมัครสล็อต ได้อย่างง่ายดาย ไพ่เก้าเกนั้นมักนิยมนำมาเล่น เพื่อผ่อนคลาย เเละคลายเครียดกัน หรือว่าจะนำมาเล่นเเบบเดิมพันกันจริงจรังก็ได้ 

เทคนิคเก้าเก คำศัพท์ที่ใช้ใน ไพ่ 9 เกผ่าน = เป็นกรณีที่ผู้เล่นทั้งหมดไม่ได้เดิมพัน สามารถที่จะเลือก ผ่านได้

หมอบ = ให้ทำการคว่ำไพ่ไว้ที่ด้านหน้า โดยผู้เล่นที่หมอบจะต้องไม่เล่นในรอบนี้ต่อแล้ว แต่จะเสียเงินกองกลางที่ได้วางไว้ในตอนต้นเดิมพัน = เป็นกรณีที่ผู้เล่นทั้งหมดก็ไม่ได้เดิมพัน สามารถที่จะเลือกเดิมพัน ซึ่งจะต้องทำการเดิมพันที่ห้ามต่ำกว่ายอดของการวางพนันตาม = ให้ทำการวางเดิมพันจนเท่ากับคนที่วางก่อนหน้าเกทับ = หลังจากที่วางเดิมพันตามแล้ว สามารถที่จะวางเดิมพันเพิ่มได้ โดยผู้เล่นคนต่อไปต้องเลือก เกทับ หรือหมอบตาบแทงทั้งหมด = เป็นการวางเดิมพันทั้งหมดที่เหลือของผู้เล่น ผู้เล่นที่เลือกหมดหน้าตัดให้ทำการรอเทียบไพ่ เมื่อไม่มีผู้เล่นเพิ่มยอดเดิมพันยกเว้นผู้เล่นที่ทำการหมอบให้ ผู้เล่นทั้งหมดจะต้องทำการเทียบไพ่ เพื่อที่จะวัดผลแพ้ชนะ

เทคนิคเก้าเก วิธีเล่นไพ่เก้าเก

เก้าเก เก้าเกออนไลน์ เงินจริง นั้นเป็นเกมไพ่เกมเก้าเกไทย ได้เงินจริงที่เล่นง่ายไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย ผู้เล่นสามารถศึกษาวิธีการเล่นให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ซึ่งไพ่เก้าเกจะมีค่าตัวเลขตรงตามตัวเลขนั้น ๆ ยกเว้นเเค่ 10 J Q K ซึ่งจะนับเป็น 0 ส่วน A จะนับเป็น 1 เเต้ม เเละจะมีเเต้มที่มากที่สุดคือ 9 เเต้ม เหมือนการนับไพ่ทั่วไป เเละก็ยังมีเเต้มพิเศษเหมือนกัน เช่น ตอง เซียน เรียง สี เเละ การเรียงสี ตามลำดับจากน้อยไปมากเช่นเดียวกับไพ่ชนิดอื่น ๆ ให้ทำการวางเงินเดิมพันจนเท่ากับผู้เล่นก่อนหน้า เเละส่วนสุดท้ายนั้น คือการเกทับ ที่หลังจากได้ทำการตามเเล้วก็สามารถทำการวางเดิมพันเพิ่มได้ โดยคนถัดไปที่เล่นต้องเลือก หมอบ ตาม หรือ เกทับ เท่านั้น หลังจากนั้น ผู้เล่นไพ่เก้าเกทุกคนเห็นตรงกันว่าจะไม่ทำการเดิมพันเพิ่มอีกเเล้ว ให้ผู้เล่นเปิดไพ่คนที่ยังไม่ได้หมอบไพ่ ผู้ที่มีเเต้มสูงสุดจะเป็นฝ่ายชนะได้เดิมพันในกลองกลางของวงไปทั้งหมด เเต่ถ้าหากว่าเเต้มนั้นเท่ากัน ให้ผู้ที่เเต้มเท่ากันเล่นในตาถัดไปโดยใช้กองกลางเดิมที่มีอยู่จนกว่าจะรู้ผลว่าสุดท้ายใครคือผู้ชนะ เเละจะรับเงินเดิมพันที่มีอยู่ทั้งหมดไปครอบครอง เกมไพ่เก้าเก เล่นได้เงินจริง

วิธีนับแต้ม เก้าเกไทย เทคนิคเก้าเก รูปแบบที่ 1

ไพ่แต่ละใบ เรียงจากน้อยไปหามากดังนี้:2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, J,Q,K,A

เรียงดอกจากน้อยไปหามากคือ:ดอกจิก < ข้าวหลามตัด < โพธิ์แดง < โพธิ์ดำลักษณะไพ่รวมที่เรียงจากน้อยไปหามากดังนี้ แต้ม < สี < เรียง < เซียน < สเตรทฟลัช < ตองสำหรับไพ่ธรรมดาทั่วไป: จะมีค่าตามเลขนั้นๆเช่น 2 = “2” , 3 = “3” แต่ยกเว้น 10 J Q K นับเป็น 0 แต้มที่รวมกันเกินสิบ ให้ตัดเลขหลักสิบออก เหลือแต่เลขหลักหน่วย แต้มที่มีค่ามากที่สุดคือ 9 แต้ม ถ้ากรณีที่มีแต้มเหมือนกัน ให้ดูไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้น ๆ ผู้มีแต้มเหนือกว่าจะชนะ หากแต้มเท่ากัน ให้ดูสีของไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้น ๆ เช่น ไพ่ (2 7 8) = 7 แต้ม < ไพ่ (8 10 k) = 8 แต้ม ไพ่ (ข้าวหลามตัด2 โพธิ์แดง4 โพธิ์ดำ8) = 4 แต้ม < ไพ่ (ดอกจิก2 ข้าวหลามตัด3 ดอกจิก9) =4แต้ม , ไพ่ (ดอกจิก 6 ดอกจิก9 ข้าวหลามตัด10) =5แต้ม < ไพ่ (ข้าวหลามตัด 7 ข้าวหลามตัด8 โพธิ์ดำ10) = 5 แต้มดอกเดียวกัน: แปลว่า ไพ่สามใบเป็นไพ่ที่มีดอกเดียวกัน โดยเรียงจากน้อยไปหามากดังนี้ ดอกจิก < ข้าวหลามตัด < โพธิ์แดง < โพธิ์ดำ ซึ่งไพ่ดอกเดียกันจะเหนือกว่าไพ่ที่ได้เก้าแต้ม โดยจะดูจากดอกอย่างเดียว ไม่มีการนับแต้มบนไพ่แต่อย่างใด ถ้ากรณีดอกเดียวกันสู้ดอกเดียวกัน ให้เรียงดอกจากน้อยไปหามากก่อน (โพธิ์ดำมากสุด ดอกจิกน้อยสุด) ถ้าสีเท่ากัน ให้ดูไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้น ๆ ผู้มีแต้มเหนือกว่าจะชนะ เช่น ดอกจิก (A K 9) < โพธิ์ดำ (3 5 7) หรือข้าวหลามตัด (4 7 8) ข้าวหลามตัด (2 3 9)

เทคนิคเก้าเกไพ่สามใบในมือมีเลขเรียงกัน

ถ้ากรณีเรียงสู้เรียง ให้เทียบแต้มก่อน เช่น (4 5 6) < (7 8 9) หรือ (A 2 3) < (Q K A) ถ้ากรณีที่มีแต้มเรียงเหมือนกัน ให้ดูสีของไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้น ๆ (โดยเรียงดอกจากน้อยไปหามากคือ ดอกจิก < ข้าวหลามตัด < โพธิ์แดง < โพธิ์ดำ) เช่น (โพธิ์ดำ4 โพธิ์ดำ5 ข้าวหลามตัด6) < (ข้าวหลามตัด4 ข้าวหลามตัด5 โพธิ์ดำ6)

วิธีนับแต้ม เก้าเกไทย เทคนิคเก้าเก รูปแบบที่ 2

เซียน: แปลว่า ไพ่สามใบเป็นไพ่ในกลุ่ม J Q K โดยจำแนกเป็น JJQ, QQK หรือ JKK ก็ได้ ถ้ากรณีเซียนสู้เซียน ให้ดูไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้นๆผู้มีแต้มเหนือกว่าจะชนะ ถ้ากรณีที่มีแต้มเรียงเหมือนกัน ให้ดูสีของไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้นๆ (โดยเรียงดอกจากน้อยไปหามากคือ ดอกจิก < ข้าวหลามตัด < โพธิ์แดง < โพธิ์ดำ)

สเตรทฟลัช: แปลว่า ไพ่สามใบในมือเรียงกันโดยมีดอก (สี) เดียวกัน ถ้ากรณีสเตรทฟลัชสู้สเตรทฟลัช ให้ดูสีของไพ่ก่อน (โดยเรียงดอกจากน้อยไปหามากคือ ดอกจิก < ข้าวหลามตัด < โพธิ์แดง < โพธิ์ดำ) ถ้ากรณีที่มีสีเหมือนกัน ให้ดูไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้น ๆ ผู้มีแต้มเหนือกว่าจะชนะ เช่น ข้าวหลามตัด (J Q K) < โพธิ์ดำ (2 3 4) โพธิ์แดง (4 5 6) < โพธิ์แดง (7 8 9)